qq_abmosquitos_f

          ยุงเป็นสัตว์ที่ทำอันตรายกับมนุษย์ติดอันดับต้นๆ พฤติกรรมการกินอาหารของยุงส่งผ่านเชื้อโรคร้ายหลายชนิดส่งผ่านมายังมนุษย์มากมาย เช่น ไข้เลือดออก ไข้เหลือง มาลาเรีย ฯลฯ แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์คิดวิธีที่แหวกแนวในการป้องกันโรคโดยไม่เน้นที่การฆ่ายุงแต่เป็นการปกป้องยุงแทน

          ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียหลายล้านคน และคร่าชีวิตมนุษย์มากกว่า 1.2 ล้านคน ในแต่ละปี นับเป็นปัญหาทางสาธราณสุขที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ร้อนชื้น เช่น อินเดีย แอฟริกา และประเทศไทยที่ยุงชุกชุม

          ในอดีตมีวิธีการมากมายที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อป้องกันโรคระบาด เช่น ใช้สารเคมีกำจัดยุง ใช้ปลาไปกินลูกน้ำในแหล่งน้ำเพื่อลดจำนวนยุง หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีชีวภาพอย่างโปรตีนสารพิษฆ่าลูกน้ำยุง แต่ทั้งหมดมุ่งไปที่การกำจัดหรือลดปริมาณยุงเป็นหลัก ซึ่งมักได้ผลในระยะแรก เพราะการใช้สารเคมีฆ่ายุงนั้นไม่มีทางฆ่าได้ทั้งหมด 100% ยุงที่รอดตายหรือยุงที่มีความทนต่อยาฆ่าแมลงชนิดนั้น มีโอกาสออกลูกหลานถ่ายทอดความสามารถในการต้านทานยาฆ่าแมลงไปได้มากกว่า สุดท้ายประชากรยุงในบริเวณนั้นจึงกลายเป็นยุงที่ทนต่อสารเคมีได้ การใช้สารชีวภาพพวกโปรตีน หรือแบคทีเรียฆ่าลูกน้ำยุง แม้จะลดโอกาสในการดื้อยาได้ แต่ในระยะยาว ก็ยังเกิดการดื้อยาอยู่ดี เพราะเมื่อมีแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อมยุงกย่อมต้องปรับตัวเอาชีวิตรอด

          แต่ตอนนี้เริ่มแนวคิดใหม่ในการป้องกันมาลาเรียเกิดขึ้น โดยแทนที่จะพยายามกำจัดยุงกลับมุ่งไปที่การทำให้ยุงแข็งแรงและมีสุขภาพดีแทน เนื่องจากการที่ยุงสามารถนำโรคร้ายต่างๆ มาสู่คนได้เป็นเพราะยุงไปติดเชื้อโรคมา และอยู่ในสภาพที่เป็นพาหะ ดังนั้นหากเราสามารถป้องกันไม่ให้ยุงป่วย ไม่ติดโรค แม้ว่าจะยุงจะไปกัดคนป่วยมาก็ตาม ยุงก็จะไม่แพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่นๆ

          ถ้ายุงไม่ป่วย คนก็ไม่ป่วย

malaria-life-cycle

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีการทำให้แนวคิดดังกล่าวเป็นจริงได้  2 แนวทางด้วยกัน

          วิธีแรกใช้เชื้อแบคทีเรีย Wolbachia ที่ก่อนหน้านี้มีการค้นพบว่ายุงที่มีเชื้อชนิดนี้ในร่างกายจะติดไข้เลือดออกน้อยลง ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงนำมาทดลองใช้จัดการเชื้อพลาสโมเดียม ต้นเหตุของโรคมาลาเรียด้วย

Plasmodium1

          นักวิทยาศาสตร์ฉีดเชื้อ Wolbachia ให้กับแม่ยุงก้นปล่อง เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของแม่ยุงให้แข็งแรงขึ้น จึงช่วยป้องกันไม่ติดเชื้อพลาสโมเดียมที่อาจได้รับมาภายหลังจากการดูดเลือด หรือลดโอกาสการติดเชื้อ วิธีนี้คล้ายๆ กับการฉีดวัคซีนให้ยุงก่อนออกไปกัดคน ไม่เพียงแค่นั้น นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบวิธีทำให้แบคทีเรียที่ฉีดให้กับแม่ยุงยังสามารถถ่ายทอดไปยังลูกๆ ได้หลายรุ่น เรียกได้ว่าฉีดครั้งเดียวป้องกันโรคไปทั้งตระกูล

img_5793

          วิธีที่สอง ใช้แบคทีเรีย Pantoea agglomerans ฉีดให้กับตัวอ่อนยุง ซึ่งเชื้อ P. agglomerans นี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ดัดแปลงให้สามารถผลิตโปรตีนสารพิษฆ่าเชื้อพลาสโมเดียม ยุงที่มีเชื้อ P. agglomerans  อยู่ก่อน แทบจะปราศจากมาลาเรียเลยทีเดียว แต่วิธีนี้เชื้อที่ฉีดให้แม่ยุงไม่สามารถส่งต่อไปยังรุ่นลูกได้

          แนวทางนี้น่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะใช้ป้องกันการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ยุงติดเชื้อ ไม่ทำให้ยุงเกิดการดื้อยาเหมือนการใช้สารเคมีเพื่อไปกำจัดยุงโดยตรง

การทดลองในห้องแลปให้ผลที่น่าพอใจ แต่งานวิจัยภาคสนามยังต้องทดสอบต่อไปอย่างน้อย 5 ปี เพื่อดูผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการต้านทานของเชื้อพลาสโมเดียม (ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นจากการปรับตัวเช่นกัน) ระหว่างนี้ก็นั่งตบยุงกันไปก่อนนะครับ

อ้างอิง + เพิ่มเติม http://www.wired.com/wiredscience/2013/11/mosquitos/ http://www.pnas.org/content/109/31/12734 http://www.sciencemag.org/content/340/6133/748.long http://www.cddep.org/tools/life_cycle_malaria_parasite

 

Comment

Comment:

Tweet