page3

 

             วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นโอกาสดีที่เว็บไซต์วิชาการ.คอมได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วิรุฬ โทณะวณิก แพทย์และอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งต่อมลูกหมาก มาให้ความรู้ในการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉายรังสี ไม่ต้องให้เคมีบำบัด ไม่ต้องไปตัด!!! แต่ใช้ "การฝังแร่" แพทย์ที่ประจำอยู่ที่อเมริกา แต่ปัจจุบันบินกลับมาประเทศไทยปีละ 4 ครั้ง เพื่อมารักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก นายแพทย์วิรุฬเล่าให้ฟังว่า

             ประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว มีเพื่อนนักธุรกิจบินไปให้รักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฝังแร่ถึงที่สหรัฐอเมริกา เพราะตอนนั้นที่เมืองไทยก็ยังไม่มีคนที่มีประสบการณ์มาก ซึ่งเพื่อนคนนี้รู้จักกับผู้อำนวยการที่โรงพยาบาลปิยะเวท ที่มีทั้งหมอและครอบครัวของคุณเฉลียว อยู่วิทยา ซึ่งทางผู้บริหารของทางโรงพยาบาลก็สนใจจึงได้ทำสัญญาว่าจ้างกันอยู่ 6 ปี แต่ตอนนั้นผู้ป่วยที่มารักษาน้อยมาก ที่โรงพยาบาลปิยะเวทเป็นช่วงเริ่มต้น ยังมีคนไข้ไม่มากคือไม่เกิน 5 ราย ต่อครั้งที่เดินทางมา

          หลังจากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลปิยะเวทและมาติดต่อที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 เมื่อเดือนธันวาคม 2556 จนเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ก็เริ่มจัดซื้อเครื่องมือและหาคนไข้ ซึ่งครั้งนี้มีผู้ป่วยตอบรับสนใจค่อนข้างเยอะขึ้น มีผู้ป่วยหลากหลายทำให้เป้็นประโยชน์ต่อคนไทยที่มีกำลังสามารถรักษาได้ เพราะวิธีรักษาแบบฝังแร่นี้คนไข้ 30 บาทและประกันสังคม ยากที่จะรักษาได้เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง แค่ตัวแร่ที่นำมาจากอเมริกาก็สูงถึง 200,000 บาท ซึ่งการรักษาจะคิดเป็นโปรแกรมค่ารักษาที่ต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน อยู่ที่ 650,000 บาท และยังไม่รวมค่าจิปาถะอื่นๆอีกเล็กน้อยอย่างเช่นยาที่จำเป็น ดังนั้นคนไข้ต้องมีเงินจ่ายหรือต้องเป็นคนไข้ที่ประกันจ่ายให้ถึงจะทำได้

 

28-5-2557 17-29-09

           

          ซึ่งการรักษาแบบฝังแร่นั้นมีประสิทธิภาพดีมาก อัตราการหายขาดในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกอยู่ที่ 97% ระยะ 2 และ 3 ก็ต่ำลงมา การฝังแร่เข้าไปในต่อมลูกหมากนี้จะทำการรักษาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีการทำซ้ำอีก ซึ่งผลข้างเคียงระยะยาวหลังการฝังนั้นมีน้อยมาก เช่นไม่มีอาการปัสสาวะรั่วและสมรรถภาพทางเพศของชายอยู่ได้ยาวนานกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น ถือเป็นข้อดีของการฝังแร่เพราะเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆแล้ว เช่น การผ่าตัดจะต้องผ่าตัดหน้าท้องตั้งแต่สะดือลงไปถึงหัวหน่าว ซึ่งมีโอกาสที่ปัสสาวะรั่วต้องใส่ผ้าอ้อมตลอดชีวิต และหมดสมรรถภาพทางเพศ การฉายรังสีเวลาฉายรังสีไปที่ต่อมลูกหมากก็ต้องผ่านอวัยวะอื่นรอบๆต่อมลูกหมากจึงมีผลข้างเคียงต่อลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ อัตราการหายขาดสู้การฝังแร่ไม่ได้ ฉายแสงต้องไปทุกวันอาทิตย์ละ 5 วัน อย่างน้อย 8-9 อาทิตย์ และก็มีโอกาสเกิดปัสสาวะรั่วได้เช่นกัน ส่วนสมรรถภาพทางเพศก็อาจเสียไปประมาณ 50% หรือการตัดต่อมลูกหมากที่ฟื้นตัวเร็ว เสียเลือดน้อย แต่ปัสสาวะรั่ว หมดสมรรถภาพทางเพศ และอัตราการหายขาดเหมือนแบบผ่า และมักพบว่ามักตัดเอาเนื้อเยื่อมะเร็งออกไปไม่หมดถึง 30-40% ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านี้จะไม่พบเลยเมื่อทำการฝังแร่ 

 

page1

         

          การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ทำโดยตรวจเลือดเพื่อดูค่า PSA (Prostate-Specific Antigen Test) ค่าของสารจำพวกโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างโดยต่อมลูกหมากและเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก  เป็นสารที่มีหน้าที่ป้องกันการจับเป็นก้อนของน้ำอสุจิ  โดยทั่วไปในคนปกติจะตรวจพบในกระแสเลือดได้ในประมาณน้อยๆ  และมักค่อยๆสูงขึ้นช้าๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น  ค่า PSA ที่ตรวจแต่ละครั้งในเวลาที่ต่างกันอาจไม่เท่ากันเสมอไปมีสูงมีต่ำได้  เช่น คนที่ปั่นจักรยานบ่อยๆค่า PSA จะสูงกว่าคนที่ไม่ได้ปั่น เพราะต่อมลูกหมากอยู่ห่างจากอานจักรยานแค่นิดเดียว โดยเฉพาะอานที่แข็งๆ ถ้าปั่นมากๆอาจทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบได้ หากจะทำการตรวจวัดค่า PSA ต้องหยุดขี่จักรยาน 3-4 วัน เพราะอาจทำให้ค่าที่ได้จากการวัดคลาดเคลื่อนได้ ส่วนค่าที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติคือน้อยกว่า 4 ng/ml 

         จากนั้นทำการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนการรักษาแบบ random biopsy คือการสุ่มตรวจเจาะชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากหาเซลล์มะเร็ง ก่อนให้การวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ โดยจะยิงไปให้ทั่วๆถ้าเข็มเจอมะเร็งก็จะวินิจฉัยได้ ตัวนายแพทย์วิรุฬใช้วิธีเจาะเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่ไม่เหมือนหมอคนอื่นๆในประเทศไทยทำกัน คือปกติจะใช้อัลตราซาวด์ใส่เข้าไปทางทวารหนัก แล้วยิงเข็มแรกของอัลตราซาวด์ผ่านทางทวารหนักข้างหน้าเข้าไปในต่อมลูกหมาก ซึ่งมีโอกาสที่จะติดเช่ื้อ Escherichia coli  บางคนติดเชื้อสามารถถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนของนายเพทย์วิรุฬจะทำโดยใส่อัลตราซาวด์ไปทางทวารหนัก และจะเจาะเข็มเข้าไปทางฝีเย็บ (perineum) ฝีเย็บไม่มีของสกปรกอะไรเป็นแค่เนื้อหนังธรรมดา เวลาเจาะจะดึงอัณฑะและองคชาติขึ้นมาแล้วเจาะเข้าไป ประมาณ 40 กว่าชิ้น ซึ่งถ้าเจาะทางทวารหนักจะเจาะได้มากที่สุดเพียง 12 ชิ้น เจาะน้อยชิ้นโอกาสพบมะเร็งก็น้อยกว่าเจาะมากชิ้น ในผู้ป่วยรายหนึ่งที่เคยเจาะปรากฎว่าเจาะไป 40 กว่าชิ้น เจอที่เป็นมะเร็งอยู่ 7 ชิ้น ดังนั้นเจาะเยอะก็จะมีโอกาสมากกว่า

 

IMG_7799-1_resize  

 

prostate-cancer-2

02225-Fig-2

ลักษณะการทำ Random biopsy และการฝังเมล็ดแร่

 

           ในการรักษานั้นแร่ที่นำมาใช้รักษาคือแร่ไอโอไดด์-125 ตัวไอโอไดด์นั้นเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีค่าครึ่งชีวิต (half life) อยู่ที่ 60 วัน ซึ่งจะสั่งจากโรงงานเมื่อขนส่งมาค่า half life ก็จะค่อยๆลดลง พอถึงมือหมอก็จะอยู่ในระยะที่จะใช้พอดี ซึ่งจริงๆแล้วตัวธาตุกัมมันตรังสีที่ใช้นั้นมีอยู่ 3 ชนิดก็คือ ไอโอไดด์-125 สามารถอยู่ในร่างกายมนุษย์เป็นเวลา 1 ปี จากนั้นก็จะหมดประสิทธิภาพ, "พาเลเดียม 103" อยู่ในร่างกายได้นาน 4 เดือน และ "ซีเซียม 131" จะอยู่ในร่างกายราว 2-3 เดือน สารกัมมันตรังสีนี้จะถูกบรรจุลงในเมล็ดแร่ไทเทเนียมที่ไม่มีผลใดๆ ต่อร่างกาย และที่เลือกไอโอไดด์มาใช้รักษาในประเทศไทย ก็เนื่องจากต้องสั่งมาจากอเมริกา ดังนั้นกว่าจะส่งมาถึงประเทศไทยและถูกนำมาใช้ ค่าครึ่งชีวิตก็จะลดลงไปเรื่อยๆ จึงต้องเลือกธาตุที่มีค่าครึ่งชีวิตมากที่สุดมาใช้ในการรักษา

แร่ที่ใช้สามารถใช้ได้กับอวัยวะที่เป็นมะเร็งตำแหน่งอื่นได้เช่นกันโดยเป็นที่ที่ไป อย่างการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากนี้เป็นการใช้แร่ฝังแบบถาวรจะอยู่ตลอดไปจนกว่าไอโซโทปจะหมดแล้วสลายไปเอง อีกแบบคือฝังแบบชั่วคราวจะใช้แร่อิริเดียม ต้องใช้ 2-3 ครั้ง แร่อิริเดียมมีพลังงานสูงมากซึ่งต้องมีห้องที่มีการป้องกันอย่างดี วิธีการยุ่งยาก ต้องป้องกันทั้งผู้ป่วย แพทย์ผู้รักษา และคนรอบๆคนไข้ เป็นการสูญเสียทรัพยากรของโรงพยาบาลอย่างมาก จึงไม่ควรใช้

 

page2

         

          รังสีที่ออกมาจากตัวแร่นั้นคือรังสีแกมมา (Gamma ray)  จะไปทำลายโครงสร้างสายคู่ของ DNA ทำให้ทำงานไม่ได้เซลล์ตายในที่สุด ซึ่งมีผลต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก และเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากก็จะถูกทำให้ฝ่อไปด้วย แต่ตัวต่อมลูกหมากของผู้ชายที่มีอายุมากมีหน้าที่แค่ผลิตน้ำอสุจิเท่านั้นไม่ได้ผลิตอสุจิด้วยเนื่องจากอสุจิผลิตจากลูกอัณฑะ ดังนั้นเมื่อฝังแร่ไปแล้ว ผู้ป่วยชายที่เคยทำการรักษาเมื่อถึงจุด climax น้ำอสุจิจะลดลงหรือแห้งไปเลย บางคนที่ไม่พอใจก็อาจต้องใช้ตัวช่วย แต่ก็ไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศของชายแต่อย่างใด เพราะการฝังแร่ไม่ได้ไปตัดเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ผู้ป่วยที่ฝังแร่นี้สมรรถภาพทางเพศจะค่อยๆหมดไปก็ด้วยอายุที่มากขึ้น หรือมีโรคภัยไข้เจ็บแทรกซ้อนอย่างเป็นเบาหวาน หรือมีความดัน เป็นต้น พวกนี้ยังมีเส้นประสาทอยู่กินไวอากร้าก็อาจจะช่วยได้ แต่การรักษาโดยการตัด เส้นประสาทจะโดนตัดไปทำให้ความรู้สึกทางเพศเหล่านี้หายไปเลย กินไวอากร้าก็ไม่เป็นผล

           การรักษาโดยการฝังแร่นั้น เมื่อทำการฝังแร่ลงไปในต่อมลูกหมากแล้วจะออกฤทธิ์ทันที ซึ่งการฝังจะฝังบนต่อมลูกหมาก โดยไม่ได้กำหนดเป้าหมายของเซลล์มะเร็งใดๆ การฝังแร่นั้นจะขึ้นอยู่กับแพทย์ว่าจะสั่งให้บรรจุธาตุกัมมันตรังปริมาณเท่าไหร่ต่อในหนึ่งเมล็ดไทเทเนียม (เมล็ดแร่ที่นำมารักษานั้นทำด้วยไทเทเนียมไม่มีปฏิกิริยาต่อร่างกาย) ซึ่งการวินิจฉัยก็จะขึ้นกับผู้ป่วยด้วย โดยมักจะฝังให้มีปริมาณเมล็ดแร่น้อยที่สุด จำนวนของการฝังเมล็ดแร่ (จากภาพคือบริเวณจุดสีฟ้า) นั้นไม่ได้ขึ้นกับว่าผู้ป่วยมีเซลล์มะเร็งมากน้อยแค่ไหน แต่จะแปรผันกับขนาดของต่อมลูกหมากของแต่ละบุคคล หลังจากการฝังสารกัมมันตรังสีจะออกฤทธิ์ทันที โดยการแผ่รังสีแกมมาออกมาเพื่อไปทำลายโครงสร้างสายคู่ของ DNA ของเซลล์

 

                 IMG_7800-1_resize-tile       

 

          หลังการฝังแร่จะทำการเจาะเลือดตรวจดูผลว่าการรักษาได้ผลดีแค่ไหน โดยดูค่า PSA เช่นเดียวกับตอนตรวจคัดกรอง ในผู้ป่วยที่รักษาแบบตัดเอาต่อมลูกหมากออก ถ้าตัดแบบครบถ้วนจะตรวจค่าของ PSA ไม่พบเลย แต่ถ้าตรวจไปเรื่อยๆแล้วค่าเพิ่มขึ้นก็หมายถึงว่ามะเร็งโตขึ้นมาอีกแล้ว แสดงว่าตัดไม่หมดก็ต้องไปฉายแสงอีก จากการรักษาโดยการฝังแร่มายังไม่เคยรักษาในผู้ป่วยหนึ่งคนมากกว่า 1 ครั้ง เพราะหากกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่หายขาด อย่างผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งในขั้นที่ 2-3 ก็ต้องรักษาโดยการฉายแสงต่อ หรือให้ฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนเป็นอาหารของมะเร็งต่อมลูกหมาก เหมือนเอสโตรเจนที่เป็นอาหารของมะเร็งเต้านมในเพศหญิง ถ้าไปบล็อกฮอร์โมนเพศชายก็จะทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากเติบโตน้อยลง เทสโทสเตอโรนนั้นเป็นฮอร์โมนเพศชายที่มีมากที่สุดในร่างกายถูกสร้างที่ลูกอัณฑะ ต่อมหมวกไต และไขมันในร่างกาย นอกจากนี้มะเร็งบางตัวยังสามารถผลิตฮอร์โมนเพศชายเพื่อเป็นอาหารให้กับตัวเองได้ด้วย

           ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในเบื้องต้นจะไม่มีการแสดงอาการใดๆ จะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อตรวจพบเท่านั้น ดังนั้นคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปแล้วและไม่มีประวัติในครอบครัว ควรจะตรวจ PSA ทุกปี ส่วนครอบครัวที่มีประวัติควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 35-40 ปี การตรวจหาว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมากที่ยังไม่แสดงอาการซ่อนอยู่ในผู้ป่วยรายนั้นหรือไม่  ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น  จะมีการรั่วของสาร PSA ออกมาในกระแสเลือดมากขึ้นกว่าปกติ  ทำให้ตรวจพบค่า  PSA สูง  นำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นได้มากขึ้น  แต่การตรวจพบค่า PSA สูงเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอในการสรุปว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก  ต้องใช้การวินิจฉัยแบบ random biopsy ด้วย

           การพักฟื้นหลังทำการรักษา ในอเมริกาผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังการรักษาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ในประเทศไทยจะให้พักฟื้นได้ 1 วัน หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เลยตามปกติ ใน 1-2 ครั้งแรกที่มีเพศสัมพันธ์อาจมีเลือดปนออกมาได้กับน้ำอสุจิเล็กน้อย การอุ้มเด็กก็อุ้มได้โดยต้องอุ้มให้สูง อาจจะอุ้มได้ 15 นาทีต่อวัน ใน 2 เดือนแรก แร่ที่ฝังนี้มีระยะทางที่มีผลกระทบ (relation range) สั้นมากไม่ต้องระวังอะไร กิจกรรมที่ทำในอาทิตย์แรกก็อย่าเพิ่งไปวิ่ง ขี่จักรยาน ขี่ม้า ซึ่งอาจทำให้กระทบกระเทือนได้

 

160710091139-tile

           

           ข้อเสียของวิธีการฝังแร่ คือ เมื่อเราฝังเมล็ดแร่ลงไป เนื้อเยื่อในต่อมลูกหมากจะอักเสบแต่อาการจะไม่เกิดขึ้นในทันที แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึง 2 อาทิตย์จะอักเสบและเจ็บ การอักเสบใช้ระยะเวลานานหน่อยจึงหมดไป จะมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะอ่อนแรง ต้องรีบปัสสาวะ ตื่นนอนบ่อยครั้ง แต่ก็จะมียาให้กินเพื่อลดอาการเหล่านี้อยู่แล้ว โดยต้องกินยาไปประมาณ 3-6 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินก็จะออกใบรับรองให้ว่าสารรังสีที่อยู่ในตัวใช้รักษาอาการป่วยไม่ใช่เพื่อก่อการใดๆ 

สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกันคือ

1. กรรมพันธ์

2. การดำรงชีวิต เช่น เป็นโรคเบาหวานแบบควบคุมไม่ได้ มีความเครียด กินเนื้อแดงเยอะ สูบบุหรี่จัด กินเหล้า น้ำหนักเกิน

3. โชคไม่ดี คือพวกที่ไม่มีประวัติครอบครัวหรือไม่มีประวัติการใช้ชีวิตเสี่ยงเลย

การมีเซ็กส์มาก-น้อย หรือขนาดของต่อมลูกหมากไม่เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่พบว่ามะเร็งที่โตเร็วมากๆขนาดต่อมลูกหมากจะเล็กผิดปกติ ซึ่งยังหาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน

สถิติการเกิดโรคมะเร็งของชายไทยในปี 2556 จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่ามะเร็งที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ 1. มะเร็งตับ 2. มะเร็งปอด  3. มะเร็งลำไส้ใหญ่  4. มะเร็งต่อมลูกหมาก และ 5. มะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องคอยเฝ้าระวังเช่นกัน

           นายแพทย์วิรุฬ โทณะวณิก จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และไปศึกษาต่อที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ เมืองบัลติมอร์ มลรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เพราะสนใจการรักษามะเร็งด้วยรังสี และเลือกที่จะศึกษาทางมะเร็งต่อมลูกหมากเพราะรู้สึกสนุกกับงานทางด้านนี้ เพราะมีผลประโยชน์เยอะต่อเพศชาย ในประชากรเพศชายของอเมริกาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากถึง 1 ใน 6 ในช่วงอายุ 80-90 ปี ไม่ว่าจะตรวจพบหรือไม่ตรวจพบ ถ้าตายไปแล้วตัดต่อมลูกหมากมาตรวจจะพบว่าเป็นมะเร็ง 

        นายแพทย์วิรุฬกล่าวว่าในเมืองไทยไม่มีคนที่มีประสบการณ์ด้านการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฝังแร่มากเท่าคุณหมอ เพราะได้ทำการรักษามามากถึง 2,000 กว่ารายแล้ว ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่ศูนย์รักษามะเร็งด้วยรังสีของคริสเตียน่าแคร์ มลรัฐเดลาแวร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแพทย์เฉพาะทางในด้านการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากของมลรัฐตอนกลางทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะกลับมาทำการรักษาที่ประเทศไทยเพียงปีละ 4 ครั้ง โดยอยู่ครั้งละ 2 อาทิตย์เท่านั้น ส่วนใครที่สนใจจะศึกษาการรักษาแบบฝังแร่นี้ สามารถไปเรียนกับอาจารย์ได้ที่อเมริกาเท่านั้น ซึ่งนายแพทย์วิรุฬกล่าวว่าถ้าเกษียณตัวเองจากที่อเมริกาแล้ว ก็อาจจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยเพราะมีบ้านอยู่ที่นี่เช่นกัน

          โรงพยาบาลจุฬารัตน์ เทพารักษ์ ที่นายแพทย์วิรุฬมาประจำนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานสากล JCI (Joint Commission International) จากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรฐาน JCI นี้เป็นมาตรฐานที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย และสร้างความมั่นใจในสิ่งแวดล้อมสำหรับการดูแลที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยและบุคลากร โดยโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 เทพารักษ์ เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในจังหวัดสมุทรปราการที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI  

          สุดท้ายนายแพทย์วิรุฬฝากถึงผู้หญิง และผู้ชายว่า ให้ผู้หญิงช่วยกระตุ้นเตือนผู้ชายมาตรวจ PSA ปีละครั้ง คนที่มีอายุ 35-40 ปีในคนที่ครอบครัวมีประวัติ และ อายุ 50 ปีในครอบครัวที่ไม่มีประวัติ ถ้าค่า PSA ขึ้นมา 1 หน่วยใน 1 ปี ก็ควรไปหาหมอเพื่อตรวจเซลล์มะเร็งทันที 

 

อ้างอิงเพื่อเติมจากเว็บไซต์ ณ วันที่ 23/05/2557 

http://www.prostate-rama.com/reading_detail.php?cid=55

http://www.nci.go.th/th/Journal/File_Download/thai%20cancer%20journal_33_Full_1.pdf

Comment

Comment:

Tweet